ตัวเรา กับ เงาสะท้อน

posted on 01 Oct 2009 12:32 by sarocha-am

คนเรามักมี 2 ด้าน "ตัวเรา" และ "เงาสะท้อน" อยู่คู่กันเสมอ "กระจก" สะท้อนให้เห็นตัวตนอีกคนหนึ่งของเรา บางคนภายนอกเป็นคนดี แต่ภายในไม่อาจรู้ได้ บางคนซ่อนความเศร้าไว้ในความร่าเริง บางคนซ่อนความขลาดเขลาไว้ในความหยิ่งยะโส ตัวคุณเป็นเพียงสิ่งที่คุณต้องการให้คนอื่นเห็นว่าคุณเป็นคนอย่างไร แต่เงาของคุณ มีเพียงคุณเท่านั้นที่รู้ แล้วเงาของคุณล่ะ เป็นเช่นไร?


เราเห็นอะไรในเงาสะท้อน?

รอยยิ้ม สีสัน แสงไฟ

อะไรบ้างที่จริง อะไรบ้างที่ลวง?

เงาหลากรูปร่าง หลอกตา หลากหลาย
ที่เร้าเล่น หลอกล่อ เย้ายวนสายตาให้จับจ้อง
เรารู้ตัวไหมว่า  บางทีเงาก็ไม่ได้สะท้อนภาพแห่งความจริง?


"เงา" สะท้อนภาพบิดเบือนของความจริง
หลายครั้งที่สายตา มองเงาสะท้อน ไม่ได้มองความเป็นจริง
หลายครั้งที่สายตา เชื่อสิ่งที่เห็น แต่ไม่รู้ว่ามันถูกบิดเบือนไปแค่ไหน

"คำพูด" เปล่งเสียงอันบิดเบือนของความคิด
และหลายครั้งที่ประสาทหู  รับฟังเรื่องราวอันบิดเบี้ยว
เชื่ออย่างสนิทใจ  ยึดมั่นอย่างงมงาย...


"อคติ" ตัวการบิดเบือนทุกสิ่ง อยู่ที่ไหน?
อคติอยู่ในใจเราเอง

เรามองแต่สิ่งที่เราอยากเห็น  เราได้ยินแต่สิ่งที่เราอยากฟัง
เราเลือกมองแต่ภาพสวยงาม เพราะมันทำให้ใจเราไม่ต้องยอมรับความจริง
เราเลือกมองภาพน่าเกลียดบ้าง เพื่อที่จะได้ด่าโลกใบนี้ และรู้สึกว่าตนเองสูงส่งขึ้น

เราเลือกฟังสิ่งที่เราอยากเชื่อ จะได้ตอกย้ำว่าเราตัดสินใจถูกต้อง
หลายครั้งที่ความจริงอยู่ตรงหน้า แทบจะกระแทกตา
ความจริงอันโจ่งแจ้ง ที่ไม่ได้ถูกบิดเบือนโดยเงาสะท้อน
แต่อคติของเราเอง ที่ทำให้เราตาบอด...


ทุกคำที่พูดถึงผู้อื่น … ย่อมสะท้อนตัวตน


ดอกไม้ในซอกหิน

posted on 29 Sep 2009 12:17 by sarocha-am

เป็นเรื่องที่งดงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อต้นไม้ต้นเล็กๆ ผลิดอกสีขาวแย้มบานอยู่บนลานหิน
ในความอ่อนหวานแต่ดูเจียมตัวนั้น
พร้อมที่จะอวดดอกชูช่องดงามแปลกตา
ทั้งที่ต้นไม้ทุกต้นน่าจะงามได้ก็เพียงบนลานดินที่ชุ่มชื้นเท่านั้น
แล้วจะมาเติบโตบนลานหินได้อย่างไร
ถ้าเรามองดีๆ แล้วในลานหินที่มีก้อนหินเรียงรายกันอยู่นั้น
จะมีซอกเล็กๆ ตามรอยต่อซอกหิน
ที่มีดินชื้นอยู่เล็กน้อยมองเห็นเป็นเส้นบางๆ
แต่บางครั้ง..ก็มากพอสำหรับการเจริญเติบโตของต้นไม้เล็กๆ บางต้น
ที่ไม่ต้องการพื้นที่มากมาย
แต่ขอเพียงมีที่ได้เสียดยอดและผลิดอกออกใบก็พอแล้ว
ชีวิตของเราก็เป็นเช่นนั้น
หลายครั้งที่เราจะทำอะไรบางอย่าง
ในขณะที่เราไม่มีความสมบูรณ์พร้อมเท่าคนอื่น
จะหยิบจับอะไรก็ไม่มีความพร้อม
จะหันหาอะไรก็มีแต่ความขาดแคลน
ทำให้งานแต่ละงานเหมือนมีอุปสรรคมากมาย
จนทำให้ท้อถอย และหมดกำลังใจ
รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีเวที  ไม่มีโอกาส
จนดูเหมือนว่าปัญหาและอุปสรรคถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน
แล้วเราจะอยู่ได้ไหม จะอยู่ได้อย่างไรในที่อย่างนั้น
หากที่ตรงนั้น เป็นอย่างนั้นจริงๆ เราจะยอมอยู่ตรงนั้นจริงๆ หรือ
ที่ๆ เหมือนมีก้อนหินกดทับไว้คลอดเวลา  
คงไม่มีแม้แต่ที่ให้หายใจ
ทุกๆ วันคงทำได้เพียงแค่นั่งมองให้ความฝันของตัวเอง
ค่อยๆ แตกดับลงไปเรื่อยๆ
พร้อมกับกำลังใจที่ค่อยๆ เหือดหายไปจากชีวิต
มีเวลาไหม
ลองคิดดูให้ละเอียดอีกครั้ง
ถามตัวเองอีกครั้งว่าอะไรที่ทำให้เราอึดอัด
อะไรที่ทำให้เราเหมือนถูกกดทับตลอดเวลาจนทำอะไรไม่ได้
เพราะว่าเราต้องการพื้นที่กว้างเพื่อเติบโตใช่ไหม
เราต้องการความสมบูรณ์พร้อมอย่างเดียวใช่หรือเปล่า
เราไม่ได้คิดเลยใช่ไหมว่า..ไม่มีใครที่เกิดมากับความสมบูรณ์พร้อม
หรือว่าเพราะความคิดแค่นั้น..ที่ทำให้เราเติบโตไม่ได้
กลายมาเป็นข้ออ้างว่า..ทำอะไรไม่ได้
ลองมองดูสิ่งรอบตัวในแง่มุมอื่นดูบ้าง
มองชีวิตในแง่ของการเติบโตตามธรรมชาติ
ธรรมชาติที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อยไปสู่ความเติบใหญ่
เริ่มต้นจากความไม่มีไปสู่สิ่งที่มี
เริ่มจากงานที่เล็กไปสู่งานที่ยิ่งใหญ่
และ...
ต้นไม้มากมายหลายต้น..ที่เริ่มหยัดยืนให้ได้ในที่เล็กๆ
เพื่อวันหนึ่งจะขยายกิ่งก้านออกไป
ละเอียดลออกับการใช้ชีวิตอีกสักนิด
สิ่งที่เราคิดว่าไม่ได้ก็อาจจะได้
สิ่งที่เราไม่คิดว่ามีอาจจะยังมีอยู่
เราอาจจะเห็นซอกหินเล็กๆ ที่พอให้เราโผล่พ้นขึ้นมาได้
ที่ตรงนั้นมีอยู่จริง
แม้ว่าก้อนหินจะเรียงตัวกันจนดูเหมือนทับกันอยู่
ขอพียงเรารู้วิธีการขยับหินบางก้อนให้มันเคลื่อนไหวไปมาสักนิด
ให้ก้อนหินเปลี่ยนรูป เปลี่ยนทิศทางการวางอยู่ 
เราอาจจะเห็นช่องว่างช่องเล็กๆ ที่กำลังรอคอยเรา
ให้เราค่อยๆ เบียดออกมาจนถึงรอยต่อของก้อนหิน
ที่มีเส้นดินรอยเล็กๆ
แต่สามารถทำให้ต้นกล้าเสียดยอดขึ้นมารับแสงตะวันได้
รอยต่อของความขาดแคลนที่มีอยู่อาจจะเป็นเรี่ยวแรงพลังที่ยิ่งใหญ่
ให้เรามีกำลังต่อสู้กับอุปสรรคได้เช่นกัน
ต้นไม้ที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้อนหิน
ยังพยายามสู้อดทน จนเบียดขึ้นมาชูช่อได้
ชีวิตแค่มีอุปสรรคบ้างนิดเดียว
ไม่ได้ถูกกดทับด้วยปัญหามากมายขนาดนั้น
ทำไมจะข้ามผ่านอุปสรรคนั้นไม่ได้
ต้นไม้...ไม่อาจเติบโตได้ใต้ก้อนหิน
ดอกไม้จะสวยงามได้ต้องหาพื้นที่ในการผลิดอกให้ได้
คนจะยิ่งใหญ่ต้องเติบโตได้

ด้วยการเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้
 

วันที่ 14 กุมภา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป
กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก
สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผมเพื่อให้คนคนหนึ่ งทุก ๆ
ปีในวันนี้

ก่อนวันที่ 14 กุมภา

ผมเดินออกจากบ้าน
ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา

ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม
ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ



หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานาน ทีเดียว
ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ
โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

ผมเห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด
"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห

พ่อหน้าซีดทันที
" นายเหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน ไ

พ่อเงียบ ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา
ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ

พ่อเบือนหน้า
"พ่อขอโทษ มานี่....." พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"

ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร ไม่ยอมลงจากบ้าน
เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า
ใคร หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม

ยามเมือ่ผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป

14 กุมภาพันธ์
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ
ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ผมยอมออกมาจากห้อง

ผมไม่เห็นพ่อ
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน
ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี
ผ้าเช็ดหน้าของผม ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด
ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่

พ่อ ผมอยากขอโทษครับ

หันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
วิ่งมากอดผม
" พ่อเสียแล้วนะ "


ผมอึ้ง

แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า
พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจาม
ออกมา พ่อมองไม่เห็น
"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
"ทำไมล่ะครับ"
"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"

ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง
"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก
ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาด
โอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว
พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำ
ดีที่สุดแล้ว"


ผมกอดแม่ ร้องไห้
วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป

พ่อครับ ผมขอโทษ.......
วันที่ 14 กุมภา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป
กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก
สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผมเพื่อให้คนคนหนึ่ งทุก ๆ
ปีในวันนี้

ก่อนวันที่ 14 กุมภา

ผมเดินออกจากบ้าน
ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา

ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม
ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ



หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานาน ทีเดียว
ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ
โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

ผมเห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด
"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห

พ่อหน้าซีดทันที
" นายเหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน ไ

พ่อเงียบ ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา
ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ

พ่อเบือนหน้า
"พ่อขอโทษ มานี่....." พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"

ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร ไม่ยอมลงจากบ้าน
เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า
ใคร หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม

ยามเมือ่ผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป

14 กุมภาพันธ์
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ
ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ผมยอมออกมาจากห้อง

ผมไม่เห็นพ่อ
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน
ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี
ผ้าเช็ดหน้าของผม ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด
ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่

พ่อ ผมอยากขอโทษครับ

หันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
วิ่งมากอดผม
" พ่อเสียแล้วนะ "


ผมอึ้ง

แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า
พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจาม
ออกมา พ่อมองไม่เห็น
"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
"ทำไมล่ะครับ"
"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"

ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง
"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก
ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาด
โอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว
พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำ
ดีที่สุดแล้ว"


ผมกอดแม่ ร้องไห้
วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป

พ่อครับ ผมขอโทษ.......
วันที่ 14 กุมภา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป
กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก
สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผมเพื่อให้คนคนหนึ่ งทุก ๆ
ปีในวันนี้

ก่อนวันที่ 14 กุมภา

ผมเดินออกจากบ้าน
ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา

ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม
ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ



หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานาน ทีเดียว
ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ
โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

ผมเห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด
"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห

พ่อหน้าซีดทันที
" นายเหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน ไ

พ่อเงียบ ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา
ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ

พ่อเบือนหน้า
"พ่อขอโทษ มานี่....." พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"

ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร ไม่ยอมลงจากบ้าน
เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า
ใคร หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม

ยามเมือ่ผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป

14 กุมภาพันธ์
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ
ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ผมยอมออกมาจากห้อง

ผมไม่เห็นพ่อ
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน
ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี
ผ้าเช็ดหน้าของผม ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด
ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่

พ่อ ผมอยากขอโทษครับ

หันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
วิ่งมากอดผม
" พ่อเสียแล้วนะ "


ผมอึ้ง

แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า
พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจาม
ออกมา พ่อมองไม่เห็น
"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
"ทำไมล่ะครับ"
"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"

ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง
"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก
ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาด
โอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว
พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำ
ดีที่สุดแล้ว"


ผมกอดแม่ ร้องไห้
วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป

พ่อครับ ผมขอโทษ.......